การรับสารภาพโดยสมัครใจนำไปสู่การลดโทษ

กำลังมีการพิจารณากลไกใหม่โดยสิ้นเชิง ได้แก่ การรับสารภาพโดยสมัครใจและการยอมรับโทษ ตามร่างแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่สำนักงานอัยการสูงสุดเผยแพร่เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนจนถึงวันที่ 4 สิงหาคม 2026 ซึ่งถือเป็นการกำหนดทิศทางใหม่ในกระบวนการปฏิรูประบบยุติธรรมทางอาญา

Screenshot

เมื่อดูผ่านๆ ไป ‘การรับสารภาพโดยสมัครใจ’ ดูเหมือนเป็นเรื่องที่เรียบง่าย: ผู้ถูกกล่าวหายอมรับความผิดและรับโทษ ในขณะที่ระบบยุติธรรมสามารถลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีได้ อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังคำว่า “โดยสมัครใจ” นั้น มีคำถามที่ซับซ้อนกว่าที่คิด: ความสมัครใจนี้เกิดจากความตระหนักถึงการกระทำผิดจริงหรือไม่ หรือบางครั้งเป็นเพียงทางเลือกที่น่ากลัวน้อยกว่าเมื่อเผชิญกับความเสี่ยงที่จะได้รับโทษที่หนักขึ้น? ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่ Luat Khoa อ้างถึง ได้เตือนถึงความเสี่ยงที่ผู้ถูกกล่าวหาอาจยอมรับความผิดแม้จะไม่ได้มีความผิดจริง เนื่องจากกลัวว่าหากยังคงต่อสู้กับข้อกล่าวหาต่อไป จะส่งผลให้ได้รับโทษที่รุนแรงขึ้น ความเสี่ยงอีกประการที่ถูกยกขึ้นคือปัญหาการทุจริต และแม้กระทั่งการก่อตั้ง ‘เครือข่าย’ ที่เชี่ยวชาญในการจัดการกับการรับสารภาพ ‘โดยสมัครใจ’

การปฏิรูประบบยุติธรรมเป็นสิ่งจำเป็น แต่ยิ่งกลไกนั้นมอบอำนาจการตัดสินใจให้แก่ผู้ถูกกล่าวหามากเท่าใด มาตรการคุ้มครองก็ยิ่งต้องเข้มงวดมากขึ้นเท่านั้น เพราะหากคำสารภาพ ‘โดยสมัครใจ’ นั้นเกิดจากความกลัว คำถามที่น่ากังวลที่สุดไม่ใช่ว่าใครได้สารภาพผิด แต่คือในขอบเขตใดที่การสารภาพนั้นเป็นไปโดยสมัครใจอย่างแท้จริง?

https://www.facebook.com/share/p/1DbthMwpKC/